This article has been translated from English to Thai.
ในโลกของการเทรดฟอเร็กซ์ คำว่า "cover" หมายถึงการปิดสถานะที่เปิดอยู่เพื่อรับรู้กำไรหรือขาดทุน
นี่คือสิ่งที่เทียบเท่ากับการ "ขาย" ในตลาดหุ้น แต่สามารถนำมาใช้ทั้งในกรณีที่มีสถานะซื้อ (long) หรือสถานะขาย (short) ในฟอเร็กซ์ เพราะคุณกำลังจัดการกับสองสกุลเงินพร้อมกัน
- การปิดสถานะซื้อ (Covering a Long Position): ถ้านักเทรดได้ซื้อคู่สกุลเงิน โดยคาดหวังว่าสกุลเงินฐานจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอ้างอิง การปิดสถานะซื้อหมายถึงการขายคู่สกุลเงินนั้น เป้าหมายคือสกุลเงินฐานมีมูลค่าเพิ่มขึ้น และขายคืนในราคาที่สูงขึ้น นักเทรดจะได้กำไร
- การปิดสถานะขาย (Covering a Short Position): ถ้านักเทรดได้ขายคู่สกุลเงิน โดยคาดว่าสกุลเงินฐานจะมีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอ้างอิง การปิดสถานะขายหมายถึงการซื้อคืนคู่สกุลเงินนั้น เป้าหมายคือสกุลเงินฐานมีมูลค่าลดลง และซื้อคืนในราคาที่ต่ำลง นักเทรดจะได้กำไร
อย่าลืมว่าตลาดฟอเร็กซ์เกี่ยวข้องกับการซื้อหนึ่งสกุลเงินและขายอีกสกุลเงินเสมอ ดังนั้นเมื่อคุณตัดสินใจปิดหรือปิดสถานะของคุณ คุณกำลังทำสิ่งที่ตรงข้ามกับการกระทำเริ่มแรกของคุณ
การเทรดหุ้น
ในการเทรดหุ้น คำว่า "cover" มักหมายถึงการปิดสถานะขาย
เมื่อนักเทรดขายชอร์ตหลักทรัพย์ พวกเขาได้ยืมหลักทรัพย์นั้น (มักจากโบรกเกอร์) เพื่อนำไปขาย โดยการเดิมพันว่าราคาจะลดลงเพื่อที่พวกเขาจะซื้อคืนในราคาที่ต่ำลงเพื่อทำกำไร
การ "cover" สถานะขายหมายถึงการซื้อคืนหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตไปแล้ว คืนหุ้นยืมให้กับเจ้าของเดิม (มักคือโบรกเกอร์)
ถ้าหลักทรัพย์นั้นถูกซื้อคืนในราคาที่ต่ำกว่าราคาที่ขายไป ผู้ขายชอร์ตจะได้กำไร แต่ถ้าราคาขึ้น ผู้ขายชอร์ตจะขาดทุน
กระบวนการปิดสถานะขายมีความสำคัญเพราะอาจเพิ่มแรงกดดันในการขึ้นราคาของหุ้น
นี่เป็นกรณีเฉพาะเมื่อเกิด “short squeeze” ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ผู้ขายชอร์ตต้องปิดสถานะเพื่อจำกัดการขาดทุน
เมื่อพวกเขาซื้อเพื่อปิดสถานะขาย มันสามารถทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้นไปอีก
โปรดทราบว่าการขายชอร์ตมีความเสี่ยงสูง ถ้าราคาหุ้นขึ้นแทนที่จะลง โอกาสขาดทุนจะไม่จำกัดตามทฤษฎี เนื่องจากราคาหุ้นสามารถขึ้นได้ไม่จำกัด
ผู้ขายชอร์ตควรติดตามสถานะของพวกเขาอย่างระมัดระวังและมีแผนในการจัดการความเสี่ยง