This article has been translated from English to Thai.
Rate-of-Change (ROC) หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า Momentum เป็น อินดิเคเตอร์ทางเทคนิค ที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงเปอร์เซ็นต์ระหว่างราคาปัจจุบันกับราคาจากวัน x วันที่ผ่านมา อยากรู้ใช่มั้ยว่ามันเป็นยังไง? ลองมาดูกัน!
เจ้าตัว ROC นี่มันก็เหมือนเป็น ออสซิลเลเตอร์ ที่ช่วยบอกโมเมนตัมล้วนๆ เลย ไม่มีแต้มต่อใดๆ ทั้งนั้น
ROC นี้จะแสดงผลอยู่ใต้กราฟราคา เป็นออสซิลเลเตอร์ที่แกว่งขึ้นลงเหนือและใต้เส้นศูนย์ ขึ้นอยู่กับว่าอัตราการเปลี่ยนแปลง (Rate-of-Change) เป็นบวกหรือลบ
เหมือนกับอินดิเคเตอร์โมเมนตัมอื่นๆ ROC ก็มีโซนที่ถูกซื้อเกินและขายเกิน ซึ่งอาจจะมีการปรับแก้ตามสภาพตลาด
จำไว้นะว่า คู่สกุลเงินสามารถเข้าสู่ภาวะถูกขายเกินหรือซื้อเกินและค้างอยู่อย่างงั้นไปได้เรื่อยๆ นะ
วิธีการใช้ ROC
ทั่วไป ราคาจะสูงขึ้นตราบเท่าที่อัตราการเปลี่ยนแปลงยังเป็น บวก แต่ถ้าอัตราการเปลี่ยนแปลงเป็น ลบ ราคาก็มีแนวโน้มที่จะลดลง
ROC จะเข้าสู่พื้นที่บวกเมื่อราคาขึ้นเร็วขึ้น
การพุ่งขึ้นของอัตราการเปลี่ยนแปลงบ่งบอกถึงการเพิ่มขึ้นของราคาที่รวดเร็ว
ถ้า ROC เป็นบวกและเพิ่มขึ้น แรงกดดันการซื้อก็เพิ่มขึ้น
ถ้า ROC เป็นบวกแต่ลดลง แรงกดดันการซื้อจะลดลง และการเพิ่มขึ้นของราคาช้าลง
ROC จะเข้าสู่พื้นที่ลบเมื่อราคาลดลงเร็วขึ้น
การลดลงอย่างรวดเร็วบ่งบอกถึงการลดลงของราคาที่รวดเร็ว
ถ้า ROC เป็นลบ หมายถึงมีแรงกดดันการขาย ซึ่งทำให้ราคาลดลง
ROC ที่มีค่าลบมากขึ้น แสดงถึงแรงกดดันการขายที่มากขึ้น และการลดลงของราคาที่เร็วขึ้น
เมื่อ ROC ตัดขึ้นเหนือ 0 มักจะถือเป็นสัญญาณซื้อ
เมื่อ ROC ตัดลงใต้ 0 มักจะถือเป็นสัญญาณขาย
วิธีคำนวณ ROC
ROC เป็นการเปลี่ยนแปลงเปอร์เซ็นต์ระหว่างราคาปัจจุบันกับราคาปิดช่วงก่อนหน้า n ช่วง
ROC = [(ราคาปิดวันนี้ – ราคาปิด n ช่วงที่แล้ว) / ราคาปิด n ช่วงที่แล้ว] x 100
ROC สำหรับช่วง 10 วันถูกคำนวณดังนี้:
ROC = [(ราคาปิดวันนี้ – ราคาปิดจาก 10 วันที่แล้ว) / ราคาปิดจาก 10 วันที่แล้ว] x 100

