This article has been translated from English to Thai.

ในการเทรด สถานะสุทธิ หมายถึงจำนวนของสินทรัพย์หรือหลักทรัพย์เฉพาะที่นักเทรดครอบครอง (สถานะยาว) หรือเป็นหนี้ (สถานะสั้น)

มันแสดงถึงความแตกต่างระหว่างการซื้อและการขายของหลักทรัพย์นั้น ๆ

ตัวอย่างเช่น ถ้านักเทรดซื้อหุ้นของบริษัท A จำนวน 50 หุ้น และขายไป 20 หุ้น สถานะสุทธิในหุ้นของบริษัท A สำหรับนักลงทุนนั้นคือ +30 หุ้น ซึ่งถือว่าเป็น สถานะ ยาว สุทธิ เพราะนักเทรดครอบครองหุ้นมากกว่าที่เป็นหนี้

ในทางกลับกัน ถ้านักเทรดยืมหุ้นของบริษัท B จำนวน 50 หุ้นและขายไป แต่ซื้อคืนมา 20 หุ้น สถานะสุทธิในหุ้นของบริษัท B คือนักเทรดเป็นหนี้หุ้น -30 หุ้น ซึ่งถือว่าเป็น สถานะ สั้น สุทธิ เพราะนักเทรดเป็นหนี้หุ้นมากกว่าที่ครอบครอง

สถานะสุทธิเป็นแนวคิดสำคัญในหลายด้านของการเทรดและการจัดการความเสี่ยง มันช่วยให้นักเทรดและสถาบันติดตามการเปิดรับความเสี่ยงรวมในการลงทุนในหลักทรัพย์หรือในตลาดหนึ่ง ๆ

ตัวอย่างเช่น ธนาคารหรือกองทุนเฮดจ์ไมต์ติดตามสถานะสุทธิในตราสารอนุพันธ์ชนิดหนึ่งเพื่อจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของราคาในตลาดนั้น

การรู้สถานะสุทธิของคุณมีความสำคัญเพราะมันช่วยให้คุณเข้าใจถึงผลกำไรที่อาจเกิดขึ้นได้หากราคาของหลักทรัพย์สูงขึ้น (สำหรับสถานะยาวสุทธิ) และผลกำไรที่อาจเกิดขึ้นได้หากราคาลดลง (สำหรับสถานะสั้นสุทธิ)

มันยังช่วยให้คุณเข้าใจถึงการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้หากราคาขยับไปในทิศทางตรงข้ามกับตำแหน่งของคุณ