This article has been translated from English to Thai.

การกลับตัวหมายถึงการเปลี่ยนทิศทางราคาของสินทรัพย์

หลังจากที่ราคามีการขึ้น การกลับตัวจะหมายถึงการเปลี่ยนไปเป็นแนวโน้มลง (หรือที่เรียกว่า ‘bearish reversal’)

ในทางกลับกัน หลังจากที่ราคามีการลง การกลับตัวจะหมายถึงการเปลี่ยนไปเป็นแนวโน้มขึ้น (หรือที่เรียกว่า ‘bullish reversal’)

นี่คือเหตุการณ์สำคัญเพราะมันบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในความรู้สึกของตลาด

การกลับตัวคืออะไร?

ในแง่ของการซื้อขาย การกลับตัวหมายถึงการเปลี่ยนแนวโน้มราคาของสินทรัพย์

  • ถ้าราคามีการเพิ่มขึ้น—หรือมีแนวโน้มขึ้น—และจากนั้นเปลี่ยนไปเป็นแนวโน้มลง เราเรียกว่าการกลับตัวแบบ bearish
  • ถ้าราคามีการลดลง—หรือมีแนวโน้มลง—และเปลี่ยนไปเป็นแนวโน้มขึ้น เราเรียกว่าการกลับตัวแบบ bullish

การกลับตัวเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะมันแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของพลังการซื้อและขายในตลาด

มันบ่งบอกว่าความรู้สึกของตลาดกำลังเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจนำไปสู่แนวโน้มใหม่

การระบุการกลับตัว

นักเทรดใช้เครื่องมือและตัวชี้วัดหลากหลายเพื่อระบุการกลับตัวที่อาจเกิดขึ้น

ซึ่งรวมถึงตัวชี้วัดทางเทคนิคอย่างเช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และออสซิลเลเตอร์

นักเทรดยังมองหารูปแบบกราฟเฉพาะที่มักจะเกิดขึ้นก่อนการกลับตัว เช่น หัวและไหล่, สองยอด (double top), หรือสองก้น (double bottom)

แม้ว่าจะมีเครื่องมือหลากหลาย การทำนายการกลับตัวยังคงเป็นเรื่องที่ท้าทาย การเคลื่อนไหวของราคาตลาดได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย รวมถึงตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ, เหตุการณ์ข่าว, และการเปลี่ยนแปลงในความรู้สึกเสี่ยง

ด้วยเหตุนี้ นักเทรดมักจะใช้ตัวชี้วัดหลายตัวและพิจารณาหลายช่วงเวลาในการพยายามระบุการกลับตัว

การกลับตัวในตลาด Forex

พิจารณาตัวอย่างเช่นคู่สกุลเงิน EUR/USD

หลังจากที่มีช่วงเวลาที่ราคาขึ้นต่อเนื่อง (หรือการขึ้นรัวๆ) สมมติว่าคู่สกุลเงินนี้ไปถึงจุดสูงสุดที่ 1.2000 หลังจากนั้นเริ่มลดลงไปถึงจุดต่ำสุดที่ 1.1800 นี่อาจเป็นสัญญาณการกลับตัวแบบ bearish

นักเทรด Forex อาจตีความว่านี่เป็นสัญญาณว่าแนวโน้มขึ้นก่อนหน้า (ความรู้สึก bullish) ใน EUR/USD กำลังอ่อนแรงลง และแนวโน้มลงใหม่ (ความรู้สึก bearish) กำลังเริ่มต้น

นักเทรดที่เคยซื้อ (ไป long) คู่สกุลเงินนี้อาจตัดสินใจขายตำแหน่งของพวกเขาเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียเพิ่มเติมหากราคายังคงลดลง

ในทางกลับกัน นักเทรดที่ชอบเทรดตามแนวโน้มอาจเริ่มขาย (ไป short) คู่สกุลเงินนี้ หวังว่าจะได้กำไรจากสิ่งที่พวกเขาคาดว่าจะเป็นแนวโน้มลงที่กำลังจะมาถึง

ความสำคัญของการจัดการความเสี่ยง

แม้ว่าการกลับตัวจะนำเสนอโอกาสในการเทรด แต่มันก็เป็นการเสี่ยงเช่นกัน ซึ่งทำให้กลยุทธ์การจัดการความเสี่ยงมีความสำคัญมาก

การเคลื่อนไหวของราคาที่ดูเหมือนการกลับตัวในตอนแรกอาจกลายเป็น retracement (การกลับตัวชั่วคราวในแนวโน้มที่กว้างขึ้น) หรือ ‘consolidation’ (ช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนที่ราคาขยับไปด้านข้าง)

นักเทรดควรใช้ความระมัดระวังและใช้คำสั่งหยุดขาดทุนหรือเครื่องมือการจัดการความเสี่ยงอื่นๆ เพื่อลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น