This article has been translated from English to Thai.
จุด Pivot Camarilla เป็นเวอร์ชันดัดแปลงของ Pivot Point แบบคลาสสิก
จุด Pivot Camarilla ถูกแนะนำในปี 1989 โดย Nick Scott ที่เป็นเทรดเดอร์พันธบัตรที่ประสบความสำเร็จ
แนวคิดพื้นฐานของจุด Pivot Camarilla ก็คือ ราคามักจะมีแนวโน้มกลับไปสู่ค่าเฉลี่ยของมันจนกว่าจะไม่ใช่
สิ่งที่ทำให้มันต่างจากสูตร Pivot Point แบบคลาสสิกคือการใช้ ตัวเลขฟีโบนักชี ในการคำนวณระดับ Pivot
จุด Pivot Camarilla เป็นเครื่องมือวิเคราะห์การเคลื่อนไหวของราคาที่ใช้คณิตศาสตร์ในการสร้างระดับแนวรับและแนวต้านในระหว่างวัน

คล้ายกับจุด Pivot แบบคลาสสิก มันใช้ราคาสูงสุด ราคาต่ำสุด และราคาปิดของวันก่อนหน้า
จุด Pivot Camarilla ประกอบด้วย แปดระดับ ที่คล้ายคลึงกับค่าแนวรับและแนวต้านสำหรับแนวโน้มปัจจุบัน
จุด Pivot เหล่านี้ทำงานได้กับเทรดเดอร์ทุกคนและช่วยในการกำหนดค่าหยุดขาดทุนและเป้าหมายกำไรที่ถูกต้อง
C = ราคาปิดของวันก่อนหน้า
H = ราคาสูงสุดของวันก่อนหน้า
L = ราคาต่ำสุดของวันก่อนหน้า
R4 = (H – L) x 1.1 / 2 + C
R3 = (H – L) x 1.1 / 4 + C
R2 = (H – L) x 1.1 / 6 + C
R1 = (H – L) x 1.1 / 12 + C
S1 = C – (H – L) x 1.1 / 12
S2 = C – (H – L) x 1.1 / 6
S3 = C – (H – L) x 1.1 / 4
S4 = C – (H – L) x 1.1 / 2
ระดับที่สำคัญที่สุดคือ S3,S4 และ R3, R4
R3 และ S3 เป็นระดับที่จะ ไปในทิศทางตรงข้ามกับแนวโน้ม โดยมีจุดหยุดขาดทุนอยู่รอบ R4 หรือ S4
ในขณะที่ S4 และ R4 ถือว่าเป็น ระดับการทะลุ เมื่อระดับเหล่านี้ถูกฝ่าฝืน นั่นคือเวลาที่จะ เทรดตามแนวโน้ม
วิธีใช้ Camarilla Pivot Points
จุด Pivot Camarilla ให้คำแนะนำทั้งในตลาดที่เคลื่อนไหวด้านข้างและตลาดที่มีแนวโน้ม
การเทรดด้วยจุด Pivot Camarilla ทำตามพื้นฐานของ ราคาเปิดในวันถัดไป (หรือช่วงถัดไป)
ขึ้นอยู่กับว่าราคาเปิดที่ไหน เครื่องมือนี้สามารถแนะนำเทรดที่อาจใช้ประโยชน์จากการกลับคืนสู่ค่าเฉลี่ยหรือการทะลุไปสู่จุดสูงสุดหรือต่ำสุดใหม่
นี่คือห้าเหตุการณ์ที่แตกต่างกันที่แสดงให้เห็นว่าเทรดเดอร์สามารถเทรดด้วยจุด Pivot Camarilla ได้อย่างไร
เหตุการณ์ #1: ราคาเปิดอยู่ระหว่าง R3 และ S3
- ซื้อ เมื่อราคากลับขึ้นมาเหนือ S3 หลังจากต่ำกว่า S3 เป้าหมายจะอยู่ที่ระดับ R1, R2, R3
- ตั้งจุดหยุดขาดทุนที่ระดับ S4
- รอให้ราคาขึ้นไปเหนือ R3 แล้วเมื่อมันกลับต่ำกว่า R3 อีกครั้ง ขายหรือเปิดสถานะ short
- เป้าหมายกำไรจะอยู่ที่ระดับ S1, S2, S3 และจุดหยุดขาดทุนจะอยู่เหนือ R4
เหตุการณ์ #2: ราคาเปิดอยู่ระหว่าง R3 และ R4
- ซื้อ เมื่อราคากลับขึ้นมาเหนือ R3 อีกครั้งหลังจากต่ำกว่า R3 เป้าหมายจะอยู่ที่ 0.5%, 1% และ 1.5%
- ตั้งจุดหยุดขาดทุนที่ R3
- รอให้ราคาขึ้นไปเหนือ S3 แล้วเมื่อมันกลับต่ำกว่า S3 อีกครั้ง ขายหรือเปิดสถานะ short
- เป้าหมายจะอยู่ที่ระดับ S1, S2, S3 และจุดหยุดขาดทุนจะอยู่เหนือ R4 เป้าหมาย S1, S2, และ S3
เหตุการณ์ #3: ราคาเปิดอยู่ระหว่าง S3 และ S4
- รอให้ราคาขึ้นไปเหนือ S3 แล้วเมื่อมันกลับขึ้นมาเหนือ S3 อีกครั้ง จากนั้น ไป long
- เป้าหมายจะอยู่ที่ระดับ R1, R2, R3 และจุดหยุดขาดทุนจะอยู่ต่ำกว่า S4
- รอให้ราคาต่ำกว่า S4 แล้วเมื่อมันลงต่ำกว่า S4 เปิดสถานะ short
- ตั้งจุดหยุดขาดทุนเหนือ S3 เป้าหมาย 0.5%, 1% และ 1.5%
เหตุการณ์ #4: ราคาเปิดอยู่เหนือ R4
- การซื้ออาจมีความเสี่ยงในระดับนี้ รอให้ราคาต่ำกว่า R3
- ทันทีที่ราคาต่ำกว่า R3 เปิดสถานะ short
- ตั้งจุดหยุดขาดทุนที่ระดับ (R4+R3)/2 เป้าหมาย S1, S2 และ S3
เหตุการณ์ #5: ราคาเปิดอยู่ต่ำกว่า S4
- การขายอาจมีความเสี่ยงในระดับนี้ เนื่องจากราคาเปิดมีช่องโหว่ใหญ่
- รอให้ราคาขึ้นไปเหนือ S3
- เมื่อราคาขึ้นไปเหนือ S3 ซื้อ
- ตั้งจุดหยุดขาดทุนที่ระดับ (S4+S3)/2 เป้าหมาย R1, R2, และ R3
นี่คือห้าเหตุการณ์ที่แสดงวิธีการใช้จุด Pivot Camarilla
เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ลองผสมผสานจุด Pivot Camarilla กับตัวชี้วัดทางเทคนิคอื่นๆ เช่น Stochastic, RSI, และ MACD.